เครื่องช่วยฟังพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นมิตรต่อผู้พิการ

solarear.jpg

สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องช่วยฟัง ขอบอกให้ทราบว่าปัจจัยที่เป็นกลไลในการทำงานของมันมีอยู่ 2 สิ่ง ได้แก่ เงิน และ แบตเตอรี่ โชคดีที่ตอนนี้มีหนึ่งโครงการดีๆ อันเกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน โดยมีบริษัทอยู่ที่ประเทศบราซิล ตั้งเป้าหมายในการสร้างอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีราคาถูกลง แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ เครื่องช่วยฟังพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งไม่เพียงแต่สามารถซื้อได้ในราคาถูกลงกว่าเครื่องช่วยฟังทั่วไปในท้องตลาดแล้ว ยังเป็นการลดใช้พลังงานฟอสซิลและช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างแบตเตอรี่อีกด้วย

เครื่องช่วยฟังพลังงานแสงอาทิตย์ระบบดิจิทัลนี้ออกแบบโดย Howard Weinstein ใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่ได้ขนาด AA จำนวน 2 ก้อนในการทำงาน เมื่อถ่านหมดผู้ใช้ก็เพียงนำแบตเตอรี่เข้าไปชาร์จไฟในแท่นชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง แบตเตอรี่ก็จะเต็ม และสามารถอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนที่จะต้องนำมาชาร์จใหม่อีกครั้ง นอกจากจะใช้พลังงานสะอาดอย่างแสงอาทิตย์แล้ว แบตเตอรี่ที่ว่านี้ยังสามารถชาร์จแล้วชาร์จอีกจนหมดอายุการใช้งานเมื่อผ่านไป 2-3 ปี ซึ่งต่างจากเครื่องช่วยฟังทั่วไปที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุกสัปดาห์

 

 

ต้องยอมรับว่าสิ่งประดิษฐ์อย่างเครื่องช่วยฟังพลังงานแสงอาทิตย์นี้เป็นข่าวดีสำหรับโลกของเรา และในขณะเดียวกันก็มีประโยชน์มากต่อผู้ที่มีฐานะยากจน เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีไฟฟ้าก็สามารถใช้งานได้ แถมยังมีราคาที่ถูกมาก คือประมาณ 3,300 บาท เท่านั้น ซึ่งจากการสอบถามแพทย์โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก บอกว่าราคาของเครื่องช่วยฟังนั้นขึ้นอยู่กับระดับการสูญเสียการได้ยินของคนไข้ และรูปแบบของเครื่องช่วยฟัง โดยมีราคาตั้งแต่ 5,000-100,000 กว่าบาทต่อข้าง(ย้ำ ต่อข้าง) โดยแพทย์ให้คำแนะนำว่าควรขอรับการบริการจากโรงพยาบาลเฉพาะทาง เนื่องจากจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจอาการและประเมินให้โดยละเอียดว่าคนไข้เหมาะสมกับเครื่องแบบใด

นอกจากจะผลิตสินค้าที่มีส่วนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว ทางบริษัทยังมีนโยบายในการสร้างงานให้แก่ผู้พิการทางหูด้วย พนักงานที่ทำงานในส่วนของเครื่องช่วยฟังพลังงานแสงอาทิตย์นี้จึงล้วนแล้วแต่เป็นผู้พิการทางหู ยิ่งไปกว่านั้นทางบริษัทไม่ได้จดสิทธิบัตรสินค้าตัวนี้ นั่นหมายความว่าบริษัทอื่นๆ สามารถนำไปปรับปรุงดีไซน์และกระบวนการผลิตให้กรีนยิ่งขึ้น และพัฒนาให้ได้เครื่องช่วยฟังที่ราคาถูกลงกว่าเดิมได้อีกด้วย

สิ่งประดิษฐ์สีเขียวชิ้นนี้ได้รับรางวัล The Tech Award ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกที่มอบให้แก่นวัตกรรมอันเกิดจากการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่มนุษยชาติ โดยในขณะนี้มีจำหน่ายที่ประเทศบราซิล บอสวาน่า และเวสต์แบงก์ในปาเลสไตน์ โดยคาดว่าจะขยายไปยังประเทศเม็กซิโก จีน อินเดีย และแคนาดา ภายในปี 2010 นี้

หวังว่าในอนาคตจะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ  

 

 

รายละเอียดเพิ่มเติม www.solarear.com

 

ที่มา
www.inhabitat.com
www.eent.co.th

 

. . . . . . . . . . . .