ธรรมศาสตร์เปลี่ยนสี หันมาเอาดีกับขยะรีไซเคิล
ใครจะเหลือง ใครจะแดง ไม่เป็นไร ตอนนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เขาเปลี่ยนมานิยมชมชอบสีเขียวอินเทรนด์กว่า 2 ปีแล้ว กับ "ธนาคารขยะรีไซเคิล" ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ต้องการให้ทุกคน "แยกขยะห้ถูกวิธี ทิ้งขยะที่มีให้ถูกถัง"
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1,548 ไร่ มีนักศึกษาและบุคลากรรวมกว่า 20,000 คน ถือว่าเป็นชุมชนใหญ่แห่งหนึ่งเลยทีเดียว จึงหนีไม่พ้นปัญหาการจัดการขยะที่มีเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน จากการสำรวจโดยผศ.อุษา วิเศษสุมน เมื่อปี พ.ศ.2546 พบว่ามีปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยโดยเฉลี่ย 4.8 ตัน/วัน ในจำนวนนั้นเป็นขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ถึง 34% หรือประมาณ 1.632 ตัน/วัน และมีอัตราที่เพิ่มขึ้น 3.3% ต่อปี
ทางมหาวิทยาลัยเล็งเห็นว่าหากมีการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ จะทำให้ลดภาระในการจัดการขยะและเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับ สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม(TIPMSE) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดทำ โครงการบริหารจัดการขยะรีไซเคิล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และจัดตั้ง ธนาคารขยะรีไซเคิล ขึ้น
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระบบการจัดการขยะของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะรีไซเคิลของนักศึกษาและบุคลากร สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้จากขยะรีไซเคิล และก่อให้เกิดนิสัยการออมขึ้นในหมู่นักศึกษา เป็นการลดปริมาณขยะและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ธนาคารขยะรีไซเคิลนี้เริ่มเปิดทำการเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 โดยการรับฝากขยะรีไซเคิล หรือขยะที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โดยจะมีร้านรับซื้อของเก่าที่ผ่านการประมูลทุก 3 เดือนมารับซื้อขยะจากธนาคารขยะอีกที และทางธนาคารจะติดประกาศตารางราคารับซื้อขยะรีไซเคิลประเภทต่าง ๆ ก่อนธนาคารเปิดทำการอย่างน้อย 3 วันก่อนสิ้นเดือนเพื่อประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทราบ
ขั้นตอนการฝากก็ง่าย ๆ เพียงแค่สมัครสมาชิกธนาคารขยะรีไซเคิล แล้วรวบรวมวัสดุรีไซเคิลให้ได้ไม่น้อยกว่า 1 กิโลกรัม นำไปฝากและชั่งน้ำหนัก เจ้าหน้าที่ธนาคารก็จะบันทึกน้ำหนัก แล้วคำนวณจำนวนเงินเพื่อลงไว้ในสมุดคู่ฝากของสมาชิก ส่วนการรับวัสดุรีไซเคิลจากหน่วยงานนั้นเจ้าหน้าที่จะนำรถไปรับถึงที่ เพียงเท่านี้สมาชิกก็จะมีเงินออมในบัญชีไว้ใช้จ่ายยามจำเป็นแล้ว
จากการดำเนินงานโครงการดังกล่าวพบว่า ในแต่ละวันสามารถ ลดปริมาณขยะได้ 1 ใน 3 ของขยะทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีมากถึงวันละประมาณ 6-8 ตัน และสามารถสร้างรายได้จากการขายวัสดุรีไซเคิลรวมเกือบ 3 แสนบาทในเวลา 3 เดือน ซึ่งรายได้ส่วนนี้ทางหน่วยงานที่ขายขยะก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
ส่วนนักศึกษานั้น การออมยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจได้มากนัก การรณรงค์จึงต้องเน้นความสำคัญในเรื่องการนำเงินที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อาทิ โครงการขยะเพื่อน้อง ซึ่งรณรงค์ให้นักศึกษานำขยะมาขายแล้วนำเงินไปจัดงานวันเด็กให้ผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาล หรือจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนให้เด็กที่ขาดแคลนในต่างจังหวัด
ส่วนผลการดำเนินงานช่วง 1 ปีที่ผ่านมา(ต.ค. 50-ก.ย. 51) มีปริมาณขยะที่นำมาขายทั้งหมด 491.375 ตัน คิดเป็น มูลค่ารวม 3,359,949.50 บาท ส่วนใหญ่เป็นขยะจาก กระดาษ พลาสติก และแก้ว ซึ่งขยะเหล่านี้เมื่อนำไปรีไซเคิลจะสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ และหากแต่ละคนรีไซเคิลกระดาษหนังสือพิมพ์ นิตยสาร พลาสติก แก้ว และโลหะเป็นเวลา 1 ปี จะช่วยลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศได้ถึง 214 กิโลกรัม
นอกจากรับฝากขยะรีไซเคิลแล้ว โครงการบริหารจัดการขยะฯนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการ คัดแยกขยะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ เนื่องจากหากมีการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางแล้ว ขยะที่จำเป็นต้องทำลายจริง ๆ อาจมีปริมาณน้อยลง แต่ก็พบว่านักศึกษา และบุคลากรส่วนหนึ่งยังทิ้งขยะไม่ค่อยตรงกับประเภทของถัง จึงมีการตั้ง "โครงการคุณทำดี" เพื่อรณรงค์ โดยถ่ายรูปนักศึกษาที่ทิ้งขยะถูกประเภทและถูกถัง แล้วนำมาจับฉลากรางวัลแจกจักรยาน โครงการประกวดหนังสั้นลดภาวะโลกร้อน รวมทั้งมีการจัดวางถังขยะเพิ่มเติมด้วย
ส่วนการจัดการกับ ขยะอินทรีย์ จำพวกเศษอาหาร กิ่งไม้ ใบไม้ ซึ่งมีปริมาณวันละไม่ต่ำกว่า 1.35 ตันนั้น จากเดิมที่เคยกำจัดด้วยการเผาซึ่งก่อให้เกิดมลพิษนั้น ตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยเปลี่ยนมาจัดการด้วย โครงการหมูหลุม โดยการนำเศษอาหารมาเลี้ยงหมู ส่วนกิ่งไม้ใบไม้ที่ผ่านการย่อยให้มีขนาดเล็กแล้วก็นำมาปูเป็นพื้นของเล้าหมู ซึ่งพบว่าการเลี้ยงหมูด้วยวิธีนี้ทำให้คอกหมูมีกลิ่นน้อยมาก และยังได้ปุ๋ยหมักจากอึหมู ผสมกับเศษกิ่งไม้ ใบไม้ด้วย โดยได้ปริมาณปุ๋ยหมักประมาณ 10 ตัน ต่อ 3 เดือน นอกจากนี้ยังมีการผลิต น้ำหมักชีวภาพ จากเศษผักผลไม้สด นำมาเป็นปุ๋ยและฉีดบริเวณที่มีแมลง ช่วยให้หนอนแมลงไม่สามารถฟักตัวได้ ส่วนกิ่งไม้ใหญ่ ๆ ก็นำมาเผาเป็น ถ่าน และทำ น้ำส้มควันไม้ ไว้ดับกลิ่นและไล่แมลงด้วย
นอกจากนี้ยังมีการลดปริมาณขยะด้วยโครงการเลิกใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำมาจากโฟม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้สามารถลดปริมาณโฟมจากที่เคยมีถึงวันละประมาณ 2,700 ชิ้นลงได้ โดยทางมหาวิทยาลัยได้สนับสนุนให้ใช้ บรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ( Biodegradable) แทน แต่ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเพิ่มอีกเพียงแค่ 2 - 3 บาท จากราคาอาหารปกติ สำหรับการซื้ออาหารที่บรรจุในภาชนะชานอ้อยนี้
ส่วนเรื่องถุงพลาสติกนั้น ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เริ่มโครงการลดการใช้ถุงพลาสติกสำหรับบรรจุสิ่งของมาตั้งแต่ปี 2550 และได้รณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าแทน ซึ่งสามารถลดจำนวนขยะถุงพลาสติกภายในมหาวิทยาลัยได้อีกทางหนึ่ง
ผลจากโครงการบริหารจัดการขยะรีไซเคิลของธรรมศาสตร์นี้ ทำให้เกิดการสร้างประโยชน์จากสิ่งที่ทุกคนเคยมองข้ามอย่างขยะ ซึ่งสามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินออมของนักศึกษา เป็นรายได้ที่หน่วยงานสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เป็นปุ๋ยหมักนำมาใช้ในมหาวิทยาลัย เกิดการตื่นตัวในเรื่องปัญหาขยะ ที่เป็นส่วนหนึ่งของภาวะโลกร้อน สิ่งแวดล้อมในมหาวิทยาลัยดีขึ้น และลดผลกระทบต่อชุมชน
ในปีที่ผ่านมามีหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนใจมาศึกษาดูงานการบริหารจัดการขยะของที่นี่เป็นจำนวนมาก และจะมีการนำรูปแบบ การบริหารจัดการขยะของธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นี้ไปเป็นต้นแบบให้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ต่อไป
. . . . . . . . . . .
ข้อมูลจาก www.tu.ac.th





ความคิดเห็น
Change the world with BICYCLE
Sunchirow,2007