10 วิธีรักษ์โลกที่คุณก็ทำได้
1. ทานเนื้อวัว เนื้อหมู ให้น้อยลง
- รู้มั้ยว่าเนื้อวัวเนี่ยก่อให้เกิดคาร์บอนมากกว่าเนื้อไก่ 3-7 เท่าเลยนะ
- กระบวนการที่ได้มาซึ่งเนื้อวัว 1 ปอนด์ ต้องใช้น้ำ 29 เท่า ของกระบวนการผลิตเนื้อไก่ 1 ปอนด์ และมากกว่า 50 เท่า ของน้ำที่ใช้ในการผลิตถั่วเหลืองในปริมาณเดียวกัน
- นอกจากนี้ยังต้องใช้น้ำมัน 3 ลิตร อีกต่างหาก

2. อาหารนอกบ้าน นาน ๆ ทีค่อยทานแล้วกันนะ
- โดยเฉลี่ย 11-13% ของอาหารที่เสิร์ฟร้อน ๆ บนจานเรา ตามร้านอาหารต่าง ๆ ท้ายที่สุดแล้วจะกลายเป็นขยะ
- 30-40% ของอาหารในภัตตาคารที่อังกฤษไม่ผ่านการแตะเข้าปากเลย
- แสงไฟสวย ๆ แอร์เย็น ๆ การจัดการต่าง ๆ และพลังงานที่ต้องใช้ภายในร้านอาหาร ล้วนมีต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมสูงกว่าการทำอาหารจานเดียวกันนี้ที่บ้านเราเอง

3. ลดลงสักนิด ผลิตภัณฑ์จากนม
- เช่นเดียวกับเนื้อวัว ผลิตภัณฑ์จากนม ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกอย่าง คาร์บอนไดออกไซด์ ไนตรัสออกไซด์ และมีเทน สาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน
- การผลิตชีสใช้พลังงานมากพอกับการผลิตเนื้อวัว
- ต้องใช้นมเป็นวัตถุดิบถึง 10 ลิตร จึงจะได้ชีส 1 กิโลกรัม

4. น้ำอัดลม ผสมมลพิษ คิดก่อนดื่ม
- น้ำอัดลมก็คือน้ำหวานผสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์บรรจุขวดพลาสติกนั่นเอง
- ภายใน 1 ปี น้ำอัดลมถูกส่งออกสู่ตลาดถึง 2 แสนล้านขวด และมากกว่า 1.3 แสนล้านขวดจะถูกฝังกลบอยู่ใต้ดิน หรือมีจุดจบอยู่ในเตาเผาขยะ
- ถ้าขวดเครื่องดื่มทั้งหมดที่ถูกทิ้งไปได้รับการรีไซเคิล จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 15.6 ล้านตัน

5.สนับสนุนผลผลิตในท้องถิ่น กินผักผลไม้ตามฤดูกาล
- รู้มั้ยว่าผลไม้สดๆ ที่ออกสู่ตลาดให้เราได้ลิ้มชิมรสในช่วงฤดูหนาวนั้น ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้า หรือถูกเพาะเลี้ยงในเรือนกระจก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน ล้วนต้องใช้พลังงานมากทั้งสิ้น
- การขนส่งอาหารทางอากาศปล่อยคาร์บอนมากกว่าทางบกถึง 6 เท่า
- ยิ่งต้นทางของอาหารที่เราทานอยู่ห่างจากแหล่งที่เราอยู่มากเท่าไหร่ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมก็จะมากขึ้นเท่านั้น

6. ขนบก๊อบแก๊บ แพ็คเกจสวย ร่ำรวยพลังงาน ทานน้อย ๆ ดีกว่า
- ค่าใช้จ่ายสำหรับ กล่อง ถุง หรือหีบห่อต่าง ๆ ที่ใช้ในการห่อหุ้มอาหารนั้น คิดเป็นมูลค่า 10-12% ของราคาผลิตภัณฑ์อาหารที่เราซื้อเลยนะ
- มากกว่าครึ่งหนึ่งของบรรจุภัณฑ์พลาสติกถูกใช้ในการบรรจุอาหาร
- 1 ใน 3 ของพลังงานที่ใช้ในการผลิตอาหาร หมดไปกับการผลิตขนมขบเคี้ยว ลูกอม และเครื่องดื่มอัดลมทั้งหลาย (ซึ่งส่วนใหญ่ขาดคุณค่าทางโภชนาการ)

7.โละตู้เย็นเก่ารุ่นอาม่า หันมาใช้รุ่นประหยัดพลังงาน
- ตู้เย็นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูง กินไฟมากกว่าโทรทัศน์ถึง 5 เท่า
- เปลี่ยนมาใช้ตู้เย็นที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน Energy Star นอกจากจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินค่าไฟอีกด้วย

8. กินปลาจากแหล่งธรรมชาติ ที่ไม่เข้าข่ายสูญพันธุ์
- เทคโนโลยีด้านการประมงที่เจริญรุดหน้าทำให้จำนวนปลาลดน้อยลงมาก และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของปลาทุกชนิด
- ปลาที่เลี้ยงจากฟาร์มบางแห่งพบว่ามีการปนเปื้อนของสารพิษ PCBs(polychlorinated biphynyls) และ dioxins ในระดับที่น่าเป็นห่วง
- ถ้าเป็นไปได้เลือกทานปลาที่ได้รับการจัดการอย่างยั่งยืนได้ที่

9. ดื่มน้ำบรรจุขวดให้น้อยลง
- กระบวนการผลิตขวดสำหรับการบริโภคน้ำขวดในสหรัฐฯ แต่ละปี ต้องใช้ปริมาณน้ำมันถึง 17 ล้านบาร์เรล
- การบรรจุน้ำลงขวดเหล่านี้ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 2.5 ล้านตัน
- กว่าจะได้มาซึ่งน้ำขวด 1 ลิตร ต้องสูญเสียน้ำ 3 ลิตรในขั้นตอนการผลิต

10. อุดหนุนเกษตรกรท้องถิ่น กินของที่ซื้อจากร้านชำ
- อาหารที่นำมาปรุงเป็นมื้อเย็นของชาวอเมริกันนั้นโดยเฉลี่ยแล้วผ่านการเดินทางมาประมาณ 1,500 ไมล์
- อาหารอเมริกันส่วนใหญ่มีส่วนผสมที่มาจากแหล่งต่าง ๆ อย่างน้อย 5 ประเทศ
- ผลการศึกษาหนึ่งของแคนาดาประเมินว่าหากอาหารเหล่านั้นใช้วัตถุดิบ 58 ชนิด จากในท้องถิ่น จะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 49,485 ตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการลดจำนวนรถยนต์บนถนนลง 16,191 คัน

ที่มา www.goodguide.com
. . . . . . . . . . .




