การกลับมาของจักรยานชมกรุง

GreenBangkokBike.jpg

กลับมาแล้วจ้า สำหรับคนที่กำลังมองหาจักรยานเขียว ๆ ซึ่งเคยจอดให้ปั่นเที่ยวฟรีรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ตามนโยบายกรุงเทพฯสีเขียว ตั้งแต่สมัยผู้ว่าฯอภิรักษ์ โกษะโยธิน หลังจากที่หยุดบริการไปเกือบปี ด้วยเหตุผลเรื่องระบบการบริหารงานภายใน และต้องการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวมากขึ้น

 

โดยสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ได้เปลี่ยนชื่อจากโครงการ "จักรยานชมกรุงรัตนโกสินทร์" (Green Bangkok Bike) เป็น "จักรยานแห่งรอยยิ้ม" (Bangkok Bike smile) แต่ก็ยังคงจุดมุ่งหมายเดิมในการให้ "จักรยาน" เป็นพาหนะส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย

ทั้งนี้ ทางกรุงเทพฯ คาดหวังว่า "จักรยาน" จะช่วยกำจัดปัญหาด้านการจราจร นอกจากนั้นคุณสมบัติของจักรยานที่สามารถซอกแซกเข้าได้ทุกซอกทุกมุม ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีเวลาละเมียดละไมกับทิวทัศน์รอบตัวมากขึ้น แถมยังไม่ปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ภายหลังจากให้บริการตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. 2551 ถึง 30 เม.ย. 2552 ดูเหมือนว่าแนวคิดของโครงการนี้จะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี แต่ในทางปฏิบัตินั้นก็มีเรื่องติเพื่อก่ออยู่หลายประเด็น อาทิ

  • จุดจอดรถไม่มีหลังคา ทำให้รถตากแดดตากฝน ซึ่งอาจส่งผลให้จักรยานเสื่อมสภาพเร็ว
  • รถจักรยานไม่มีกระดิ่งสำหรับให้เสียงสัญญาณ
  • ไม่มีหมวกนิรภัยให้บริการ
  • ไม่มีเส้นทางจักรยานที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากทับซ้อนกับเส้นทางรถยนต์ หรือทับซ้อนบนถนนที่อนุญาตให้รถสามารถจอดในบางเวลาได้
  • เส้นทางจักรยานยังสร้างไม่ต่อเนื่อง
  • ไม่มีเจ้าหน้าที่เทศกิจ หรือตำรวจ มาคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางตามที่ประชาสัมพันธ์ไว้

 


แต่ใช่ว่าทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจะเพิกเฉยต่อปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะเรื่อง "เส้นทางจักรยาน" นั้น สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ได้เคยประชุมร่วมกับ กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาในการดำเนินโครงการดังกล่าว เนื่องจากเส้นทางจักรยานในพื้นที่ฝั่งพระนครนั้น ยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงทำให้มีปัญหาเส้นทางจักรยานทับซ้อนช่องเดินรถมวลชน ทับซ้อนบนถนนที่อนุญาตให้รถสามารถจอดในบางเวลา โดยกำลังทำเรื่องเสนอไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เพื่อพิจารณาความเหมาะสม...ก็ต้องคอยลุ้นกันต่อไปว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

การกลับมาของ "โครงการจักรยานชมกรุงรัตนโกสินทร์"  ในครั้งนี้ จำนวนจักรยานลดลงจาก 300 คัน เหลือจำนวน 100 กว่าคัน และยังใช้บริการบริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) ในการจัดหาจักรยานเช่นเดิม โดยทุ่มงบประมาณไป 20 ล้านบาท(ได้กระดิ่งติดจักรยานมาแล้ว) แต่เห็นว่าจะมีการปรับรูปแบบซุ้มให้บริการ และเพิ่มความสะดวกในคืนจักรยาน โดยสามารถคืนที่สถานีใดก็ ไม่จำเป็นต้องคืนจุดเดิมเหมือนที่ผ่านมา

จักรยานท่องเที่ยวจะเปิดให้บริการทุกวันในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00–20.00 น. เริ่มตั้งแต่ 17 ม.ค.นี้เป็นต้นไป

สำหรับสถานที่ให้บริการได้ลดลงจาก 8 จุด เหลือ 5 จุด ดังนี้

1.หน้าวัดพระแก้ว
2.หน้ากองการท่องเที่ยว
3.สวนสันติชัยปราการ
4.ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
5.สวนสราญรมย์

นอกจากนั้นประมาณกลางปี 2553 นี้ รถจักรยานดังกล่าวจะขยายพื้นที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปให้บริการยังฝั่งธนบุรีอีกด้วย โดยมีรถจักรยานให้บริการ 140 คัน มีจสถานีให้บริการ 7 แห่ง ได้แก่

1.ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
2.ท่าเรือรถไฟ
3.ท่าเรือวัดระฆัง
4.วัดอรุณราชวราราม
5.วัดกัลยาณมิตร
6.โรงเรียนวัดซางตาครูซคอนแวนด์ 
7.อุทยานสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะได้รับคู่มือจักรยานพร้อมสถานที่ท่องเที่ยวแจกให้ฟรีอีกด้วย

 


หวังว่าการกลับมาของจักรยานสีเขียวในครั้งนี้จะสามารถสร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกฝ่ายได้จริง ๆ  Cool



ข้อมูล
www.manager.co.th
http://203.155.220.217/dotat/news/2552/6/26/dailynews26-6-52.htm
www.prbangkok.com
ภาพ
http://mblog.manager.co.th
http://i524.photobucket.com
http://3.bp.blogspot.com

 

. . . . . . . . . . .

ความคิดเห็น

หวังว่าพอเปิดฝั่งธนฯแล้ว จะสามารถ ยืมจักรยานจากฝั่งหนึ่งแล้วปั่นข้ามเจ้าพระยาไปคืนอีกฝั่งหนึ่งได้นะ อย่าให้เหมือนBTS กับMRT ล่ะ

Change the world with BICYCLE

Sunchirow,2007