ธนาคาร HSBC พิทักษ์โลกต่อกรกับโลกร้อน

Hsbc.gif

ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้  หรือเอชเอสบีซี (HSBC) จากประเทศอังกฤษ เป็นธนาคารและสถาบันการเงินระดับโลกที่รับใช้สังคมไทยมายาวนานกว่า 12 ทศวรรษ เริ่มเปิดทำการในประเทศไทยครั้งแรกในปี 2431 ตลอดมา HSBC ทำประโยชน์ต่อสังคมและให้ความสำคัญต่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และได้ประกาศต่อสาธารณชนทั่วโลกในปี 2004 ว่าจะจัดการให้องค์กรเกิด "คาร์บอนสมดุล" (Carbon Neutral) ให้ได้ในปี 2006 แต่แล้ว HSBC กลับทำให้ผู้คนยิ่งสนใจมากขึ้นอีก เมื่อบริษัท ทำคาร์บอนสมดุลได้ตั้งแต่ปี 2005 ก่อนกำหนดถึง 3 เดือน

ปัจจุบัน HSBC ตั้งเป้าเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็น หัวใจสำคัญที่สุดของธุรกิจ และได้คะแนนสูงสุดชนะ 40 ธนาคารทั่วโลกในรายงานกลุ่มธนาคารขององค์กร Ceres ปี 2008 หัวข้อเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีและบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน

สตีเฟน กรีน (Stephen Green) ประธานกรรมการบริหาร HSBC Holdings PLC กล่าวว่า ผลกระทบด้านภูมิอากาศเป็นปัญหาใหญ่และอันตรายที่สุดในศตวรรษนี้ เพราะมันเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เงียบๆ แต่ส่งผลร้ายแรงเป็นปรากฏการณ์ที่ชาวโลกอย่างเราต้องตะลึงบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ

 

 

ธนาคารมีแนวคิดว่าธุรกิจกับความยั่งยืนควรเกิดขึ้นควบคู่กันไป โดย HSBC ดูแลเรื่องนี้ผ่านการให้เงินกู้ลงทุนต่างๆ ทั้งให้ข้อมูลปัจจัยที่จำเป็นและสนับสนุนการทำธุรกิจที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน และเปิดตัวกลยุทธ์การเงินคาร์บอน (Carbon Finance Strategy) ที่ช่วยให้ลูกค้าของธนาคารได้เรียนรู้วิธีรับมือการทำธุรกิจแบบ Low-carbon

คู่มือธุรกิจที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนี้ครอบคลุมถึงเรื่องพื้นที่ป่าและผลิตภัณฑ์จากป่า สาธารณูปโภคเกี่ยวกับน้ำ อุตสาหกรรมเคมี กลุ่มพลังงาน การทำเหมืองและโลหะ เพื่อให้มั่นใจว่าการปล่อยสินเชื่อของ HSBC จะไม่มีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมหรือสังคม ถ้าพบว่าบริษัทไหนไม่ทำตามมาตรฐานเรื่องนี้ ก็จะยุติการให้กู้

HSBC ก่อตั้ง กองทุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Fund) ซึ่งมีความรู้ ความเข้าใจ และคำปรึกษาแก่นักลงทุนที่อยากมีส่วนร่วมดูแลโลกของเรา Climate Change Fund จะลงทุนในกิจการที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างเต็มที่

 

 

จากนั้นในปี 2007 จึงจัดตั้ง โครงการพันธมิตรแก้ปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (The HSBC Climate Partnership) ระยะเวลา 5 ปี ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคคล องค์กรธุรกิจต่างๆ และรัฐบาล ให้ช่วยกันต่อสู้กับปัญหานี้ โดยบริจาคเงิน 100 ล้านเหรีญสหรัฐ (ราว 3.26 พันล้านบาท) แก่องค์กรสาธารณะกุศลด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก 4 แห่ง ได้แก่ Climate Group, Earthwatch Institute, World Wildlife Fund และสถาบันวิจัยเขตร้อนสมิธโซเนียน (The Smithsonian Tropical Research Institute, STRI), ในการวิจัยหรือดำเนินการ เพื่อแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำสายหลักของโลกในเมืองใหญ่อย่างฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ มุมไบ ลอนดอน และนิวยอร์ค

รวมถึง การร่วมกันกับสถาบันวิจัยเขตร้อนสมิธโซเนียน ทำงานวิจัยที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสนับสนุนมา เรื่องผลกระทบจากโลกร้อนในระยะยาว และวิธีการที่ป่าไม้จะช่วยรักษาโลกของเราไว้ได้อีกหลายทศวรรษ

 

 

ธนาคารจากประเทศอังกฤษแห่งนี้พยายามหาวิธีต่างๆ และวางแผนอย่างละเอียด เพื่อลดการใช้พลังงานในองค์กร เช่น หลีกเลี่ยงการทำงานนอกเวลาของพนักงาน เพื่อรักษา Carbon Neutral ให้ได้ต่อไป เนื่องจากไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ ที่จะดูแลให้สำนักงานกว่า 10,000 แห่ง ใน 83 ประเทศทั่วโลก ช่วยกันรักษาคาร์บอนสมดุลให้ได้ตลอด ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นจึงต้องขอบคุณ ความร่วมแรงร่วมใจของพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจทั่วโลก

แผนจัดการของ HSBC 3 ส่วน คือ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยคาร์บอนมาก โดยซื้อไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น พลังงานลม น้ำ แสงอาทิตย์ และชดเชยการปล่อยคาร์บอนที่เหลือ โดยลงทุนในโครงการ "สีเขียว" หลายโครงการในเอเชีย เช่น ในประเทศไทย และจีน

 

 

ปี 2007 ยังได้เปิดตัว โครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมระดับโลก (Global Environmental Efficiency Programme) ระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 90 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อแนะนำเทคโนโลยีทางพลังงานแบบใหม่ และก่อสร้าง สำนักงานสาขา HSBC ที่ปราศจากคาร์บอนแห่งแรกที่กรีซและนิวยอร์ค ซึ่งติดตั้งแผงผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ และที่เก็บกักน้ำฝน

หลักฐานมากมายเหล่านี้ทำให้เชื่อได้ว่าธนาคาร HSBC มุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยแท้จริง เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ให้องค์กรอื่นๆ นำไปปรับใช้ได้ดี

 

ข้อมูล

หนังสือ Green Biz:50 Green, profitable companies reveal their strategies & successes

/introduction by Mindy Lubber, president, Ceres

ภาพ

www.hsbc.com
www.sciencedaily.com