เสียน้อยแก้ไม่ยาก แต่อย่าให้เสียมากแก้ไม่ง่าย
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับ ป โท ที่ มธ รังสิต(คะแนนดีขึ้นอย่างน่าพอใจ) ก็เลยอยากจะเก็บเรื่องเล็กๆมาเล่ากัน คือช่วงนี้ในมหาวิทยาลัยเขามีแคมเปญรณรงค์ 50:50 ก็คือการลดการใช้ทรัพยากรต่างๆที่ไม่จำเป็นเวลาเลิกใช้ เช่น ไฟฟ้า ประปา เป็นต้น ซึ่งโดยรวมก็ดีเข้าทีนำทัีมผู้บริหารมาถ่ายรูปเต๊ะจุ๊ยรณรงค์ แต่เมื่อผมเดินเข้าไปยังอาคารสิบและแวะห้องน้ำกับพบว่า มีก๊อกน้ำที่แตกอยู่ มีน้ำไหลทิ้งเป็นเวลานานมาก ผมจึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่อยู่ต้องรอวันจันทร์ถึงจะมีคนมาซ่อม ผมลองคิดเล่นๆว่าถ้าหากค่าน้ำยูนิตละ 7 บาท แล้วถ้าหากเราปล่อยให้น้ำไหลเป็นเวลา 24ชั่วโมงจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ ที่บ้านผมเคยท่อประปาแตกเล็กน้อย ด้วยความประหยัดแม่ผมคิดว่าไม่ต้องซ่อมก็ได้ เพราะค่าซ่อมมันหลายร้อย ค่าน้ำที่เิพ่มขึ้นก็คงไม่เท่าไหร่ ปรากฏว่าตอนสิ้นเดือนค่าน้ำขึ้นไปอีก300กว่าบาท เพราะรอยที่แตกย่อมแปลว่ามีน้ำรั่วซึมตลอดเวลา ดังนั้นผมคิดว่าทางมหาวิทยาัยควรจะมีเจ้าหน้าที่stand by เพื่อบำรุงรักษาตลอดเวลา เพราะการประหยัดทรัพยากรมันมีค่ามากกว่าการยืนเต๊ะจุ๊ยถ่ายรูปรณรงค์นะครับ ท่านสุรพล ท่านปริญญา ฝากไว้ให้คิดด้วย




