Staples บริษัทขายอุปกรณ์สำนักงานกับภารกิจช่วยโลก

1-4-1_01.jpg

เมื่อปี 2002 มิตต์ รอมนีย์ (Mitt Romney) ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ และผู้ก่อตั้งบริษัท เบน แคปิตอล (Bain Capital) บริษัทด้านการลงทุนภาคเอกชนชั้นนำของโลก คอยตามติดและกดดันให้ บริษัท สเตเพิลส์ (Staples) ร้านขายเครื่องใช้สำนักงานขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เปลี่ยนนโยบายการจัดซื้อกระดาษให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รอมนีย์เป็นทั้งผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการของบริษัท Staples ทั้งยังเคยช่วยเหลือ Staples โดยบริษัท Bain Capital จึงมีอิทธิพลทำให้ Staples ต้องกลับมาคิดถึงทุกกระบวนการของธุรกิจให้ดีต่อโลกเรามากขึ้น

ปี 2006 บริษัท Staples ทำยอดขายได้มากกว่า 18 พันล้านดอลลาร์ และมีร้านใน 22 ประเทศทั่วโลก พวกเขาเริ่มกิจการเมื่อปี 1986 แต่เพิ่งเริ่มประกาศมาตรฐานการรับจัดซื้อแบบแคร์โลกในปี 2002 ว่าจะเลิกรับซื้อกระดาษที่มาจากป่าไม้ที่ถูกคุกคาม และตั้งแผนกหนึ่งของบริษัทไว้คอยตรวจสอบกวดขันเรื่องการใช้วัสดุธรรมชาติต่างๆ  โดยร่วมด้วยช่วยกันกับกลุ่มผู้ถือหุ้น ทีมที่ปรึกษา ซัพพลายเออร์ และองค์กรพิทักษ์ป่าไม้อย่าง ForestEthics และ Dogwood Alliance ฯลฯ เพื่อพัฒนานโยบายด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง Owen Davis โฆษกของ Staples ก็ได้ขอบคุณทุกแรงกระตุ้นและความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายที่ช่วยกันอย่างเต็มที่

Cindy Kang ผู้ดำรงตำแหน่ง Recruitment Coordinator ของหน่วยงาน Green Corps ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญของการพัฒนานโยบายสิ่งแวดล้อมให้ Staples กล่าวยอมรับและชื่นชมความพยายามของห้างขายอุปกรณ์สำนักงานใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ที่สนใจปัญหาผลกระทบอันเกิดจากการทำลายป่าไม้ โดยเลือกรับกระดาษที่ทำจากป่าปลูกเท่านั้น

บริษัท Staples บอกว่าภารกิจพิชิตวิกฤตสิ่งแวดล้อมของพวกเขามีแนวโน้มไปทางที่ดี โดยในปี 2006 สามารถจัดการให้กระดาษที่ Staples ออกวางขาย ทำแพ็คเกจ และสำหรับใช้ในบริษัท ผสมด้วยกระดาษใช้แล้ว 30% พร้อมทั้งสนับสนุนป่าไม้อย่างยั่งยืน เช่น เมื่อปี 2003 Staplesร่วมกับกลุ่มผู้ซื้อกระดาษชาวญี่ปุ่น, World Wildlife Fund และองค์กรสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้รับประกันและต่อต้านการตัดป่าในอินโดนีเซีย เพื่อรักษาช้างพันธุ์สุมาตรา ซึ่งใกล้สูญพันธุ์เต็มทีแล้ว

รายงานเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมประจำปี 2005 ของ Staples (Staples Soul) ได้พูดถึงแนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ค่อยๆ ปรับปรุงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และปี 2006 บริษัทเริ่มรับการประเมินจากกองทุนปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อม Environmental Defense ผลออกมาว่า การผสมกระดาษของ Staples ด้วยกระดาษใช้แล้ว 30% ช่วยรักษาต้นไม้ได้ 1.6 ล้านต้น ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 71,800 ตัน น้ำเสีย 596 ล้านแกลลอน และขยะ 38,311 ตัน (รถบรรทุกขยะ 2,700 คัน) Staples ยังผลิตกระดาษถ่ายเอกสารที่ทำจากกระดาษรีไซเคิล 100 % และไม่มีสารคลอรีนออกขายอีกด้วย

Staples ยังทำงานกับ Georgia-Pacific บริษัทวางกลยุทธ์เรื่องแหล่งที่มาของวัตถุดิบและ Forest Stewardship Council หรือ FSC องค์กรที่ให้การรับรองมาตรฐานป่าไม้ เพื่อวางมาตรฐานของไม้ที่นำมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ Staples นอกจากนี้บริษัทยังเข้าเป็นสมาชิกของ The Paper Working Group การรวมกลุ่มของ 11 บริษัทชั้นนำของโลก เช่น Nike, Toyota, HP, Bank of America, Mcdonald, Starbucks ฯลฯ ที่ใส่ใจกับการใช้วัสดุทำกระดาษ เพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า โดยเลือกใช้วัสดุที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดต้องทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและใช้กระดาษเพียงเท่าที่จำเป็น ดังนั้นบริษัทจึงต้องหาตัวเลือกอื่นๆ ที่ดีกว่า โดย พยายามหาวัสดุอื่นๆ มาทดแทนต้นไม้ เช่น ใช้เยื่อไม้ ต้นฝ้าย อ้อย ข้าว ใยกัญชง ฯลฯ โดยเริ่มผลิตจริงไปแล้วในประเทศบราซิล จีน และเมืองไทยบ้านเรา!

หลายปีมานี้ Staples ยังหันมาใช้พลังงานทางเลือก 20% ของการใช้พลังงานทั้งหมด โดย The U.S. Environmental Protection Agency หรือ EPA ได้ประมาณค่าว่าช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 218,000 ปอนด์ ซึ่งเท่ากับการใช้รถยนต์บรรทุกคน 21,000 คน ทั้งยังจัดอันดับให้ Staples เป็นอันดับ 4 ในรายชื่อ 17 บริษัทขายปลีกที่อนุรักษ์พลังงาน ในปี 2007 ที่ผ่านมา

Staples ลงทุนสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar farm) ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ New England ในศูนย์กระจายสินค้า 300,000 ตารางฟุตของเมือง Killingly รัฐ Connecticut ด้วยปริมาณ 3,184 แผ่นโซลาร์ ซึ่งให้พลังงานไฟฟ้าได้ 14% ของพื้นที่ศูนย์ ต่อมาไปสร้างอีกที่ New Jersey และ California พร้อมแผนจะทำทั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมให้ได้ 15 แห่งในอีก 3 ปีข้างหน้า

ปี 2007 บริษัทขายเครื่องใช้สำนักงาน Staples สร้าง Superstore ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จในร้านที่เมือง Miami รัฐ Florida ด้วยความร่วมมือช่วยเหลือจาก LEED หรือที่ย่อมาจาก Leadership in Energy and Environmental Design เช่น มีระบบกักน้ำจากหลังคาไปใช้สำหรับโถชักโครก ฯลฯ

น่ายินดีที่ Staples สามารถช่วยโลกเราไปได้พร้อมกับผลประกอบการที่ดีเยี่ยม ในปี 2006 บริษัททำกำไรสูงขึ้น 13% จากเดิม เป็น 18.2 พันล้านดอลล์ รายรับรวมสูงขึ้น 24% สูงถึง 974 พันล้านเลยทีเดียว

 

อย่างไรก็ขอให้ทำดีเพื่อช่วยโลกนี้ต่อๆ ไปนะครับ

 

ข้อมูล

หนังสือ Green Biz:50 Green, profitable companies reveal their strategies & successes

/introduction by Mindy Lubber, president, Ceres

ภาพ

www.Staples.com