เผยแพร่วิดีโอ:

เมื่อหลอดไฟแบบเก่าหรือหลอดไส้สิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ของโทมัส อัลวา เอดิสัน กำลังค่อยๆ สูญพันธุ์ในยุคของหลอดประหยัดพลังงาน เราจะจัดการกับหลอดไส้ที่ใช้จนไส้ขาดและยังหลงเหลืออยู่ที่บ้านอย่างไรดีให้มีคุณค่ามากกว่าการนอนแอ้งแม้งลงในถังขยะ มาใช้จินตนาการเสริมแต่งด้วยฝีมือของเรามอบชีวิตใหม่ให้แก่หลอดไส้เหล่านี้กันดีกว่า

ผู้บริโภคหลายๆ ท่าน อาจเคยผ่านตามองเห็น "ฉลากเพื่อสิ่งแวดล้อม" เวลาไปเดินจับจ่ายซื้อสินค้าตามร้านค้าทั่วไป ล่าสุดชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมจัดงานสัมมนาเผยแพร่ความรู้ในประเด็นดังกล่าวระบุว่า ปัจจุบัน "ฉลากเพื่อสิ่งแวดล้อม" แบ่งเป็น 3 ประเภท

Ian Cheney คนทำหนังและคนทำสวนและนักรณรงค์เกี่ยวกับอาหาร เจ้าของความคิด Truck Farm ที่ทำสวนผักบนรถปิคอัพในมหานครนิวยอร์ค ที่รณรงค์ให้คนในเมืองหันมาปลูกผักไร้สารกินเองจากวัสดุอะไรก็ได้เท่าที่จินตนาการจะพาไป

เว็บไซต์ข่าววิทยาการ พ็อพ พิวลาร์ไซเอินซ์ ประกาศผลงานสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ปี 2553 ว่า ผู้ชนะปีนี้ได้แก่นวัตกรรม "โกรเอซิส วอเตอร์บ็อกซ์" หรือกระถางพิเศษสำหรับปลูกต้นไม้ท่ามกลางทะเลทรายแห้งแล้ง พัฒนาโดยปีเตอร์ ฮอฟฟ์ พ่อค้าดอกไม้ชาวเนเธอร์แลนด์

เมื่อของใช้ไอทีที่เคยได้รับความนิยมล้นหลามอย่าง Floppy Disk ถูกแทนที่ด้วย CD หรือ DVD จนกระทั่งบริษัทต่างๆ ออกมาประกาศยกเลิกการผลิต จึงมีผู้คิดหาวิธีรีไซเคิลฟล็อปปี้ดิสก์ที่หลงเหลืออยู่ ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ แทนการนำไปทิ้งเพิ่มจำนวนขยะอิเล็กทรอนิกส์

ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ รอบตัวเรา บางชิ้นอาจหมดคุณค่าไป เพียงเพราะเสียหายเล็กๆ น้อยๆ หรือเราคิดไปเองว่ามันไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีกต่อไปแล้ว แต่หากเราลองหันกลับไปซ่อมแซม ดัดแปลง ปรับเปลี่ยน ของที่เคยใช้ไม่ได้อาจกลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง หรือของที่เคยต้องโยนทิ้งถังขยะไป อาจกลายเป็นสินค้าชิ้นใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม เพียงแค่ใส่จินตนาการบวกกับฝีมือทางศิลปะนิดๆ หน่อยๆ แล้วลงมือสร้างสรรค์ปั้นแต่งให้เป็นจริง ไปๆ มาๆ เราอาจกลายเป็นเจ้าแม่ eco-design ขึ้นมาก็ได้ เพราะแม้แต่พาเลทไม้ที่ใช้ขนส่งสินค้าซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ยังมีคนหัวใสนำมา Upcycle เป็นของชิ้นใหม่ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ทุกวันนี้ปัญหาเรื่อง “น้ำ” มีความสำคัญไม่แพ้เร

เมื่อปี 2002 มิตต์ รอมนีย์ (Mitt Romney) ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ แล

เนสท์เล่ บริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประกาศในวันนี้ว่าบริษัทจะยุติการใช้ผลิตภัณฑ์จากการทำลายป่าฝนเขตร้อน การประกาศครั้งนี้เป็นผลมาจากการรณรงค์ของกรีนพีซในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาใน การเปิดโปงการใช้น้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์ที่เนสท์เล่ผลิตขึ้น อย่างเช่น คิทแคท (KitKat) ทั้งนี้ การขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันและเยื่อกระดาษทำให้เกิดการทำลายล้างป่าฝนเขตร้อนและป่าพรุในอินโดนีเซียและเป็นแรงกดดันให้อุรังอุตังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นพาเลทไม้ที่้ใช้สำหรับทำลังบรรจุสินค้าต่างๆ พาเลทเหล่านี้มีความสำคัญในอุตสาหกรรมการขนส่งมาก ในสหรัฐอเมริกามีการผลิตมากถึงปีละประมาณ 500 ล้านลัง ส่วนในเมืองไทยเราก็ใช่ย่อย บางบริษัทมีกำลังการผลิตชั่วโมงละ 400 ตัว และส่วนใหญ่แล้วไม้ที่ใช้ทำพาเลทเหล่านั้นจะกลายเป็นขยะทันทีหลังจากใช้งาน มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่สามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้